เราออกจากวิทยาลัยโยนก จ.ลำปาง ประมาณบ่ายโมงของวันที่ 22 ตุลาคม ทั้งหมดมี 12 คน หญิง 6 ชาย 6 ทุกคนตื่นเต้นกันมาก โดยเฉพาะฉันและหญิง เพราะเราไม่เคยปั่นมาก่อน กะไว้ว่าต้องเดี้ยงแน่ๆงานนี้
กว่าพวกเราจะเดินทางไปถึงก็เกือบ 3 ทุ่ม เพราะว่าพวกเราไม่เคยมาที่นี่มาก่อน จนในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง “พนาสิริ รีสอร์ต” ซึ่งเป็น Free Mountain Bike Resort
คุณวสันต์ จาติวนิช เจ้าของรีสอร์ตออกมาต้อนรับพวกเราทุกคน พร้อมกับอาหารเย็นที่พวกเรารอคอยพวกเราไม่ได้พักที่รีสอร์ต แต่พักที่บ้านพักของ คุณวสันต์ ซึ่งเป็นบ้านไม้สองหลังที่น่ารัก และน่าอยู่มาก คุณวสันต์ เป็นคนที่รักธรรมชาติมาก จะเห็นว่าภายในบริเวณบ้านจะมีทั้ง
ม้าแคระ, นกอีมู, ห่าน, เป็ด, และที่สำคัญสุนัขซึ่งมีเยอะมาก ฉันคิดว่าคงจะมีเกือบสิบตัวได้ จากนั้น
พวกเราก็เข้านอนเพื่อพักผ่อนเอาแรง สำหรับเช้าและเย็นวันพรุ่งนี้ ส่วนฉันกับหญิง ก็ยังคงไม่อยากให้พรุ่งนี้มาถึง
แต่เวลาช่างผ่านไปเร็วมาก 6 โมงเช้า ของวันที่ 23 ทุกคนต้องตื่นมาล้างหน้า
แปรงฟัน ฉันกับหญิงรีบวิ่งไปเอาจักรยานเพื่อลองซ้อมเปลี่ยนเกียร์ โดยมีพี่ๆคอยดูแล
เช้านี้พวกเราต้องปั่นขึ้นภูเขา สำหรับเส้นทางแรกในเช้านี้ เป็นเส้นทางที่ขึ้นภูเขาฉันกับหญิงปั่นรั้งท้ายเพราะว่าขี่นำหน้าคงจะทำให้คนอื่นช้าแน่นอน
ฉันกับหญิงปั่นได้ไม่นานก็เหนื่อยหอบ เพราะว่าไม่ได้ออกกำลังกายมานาน หญิงแวะพักเหนื่อย ฉันพักสักครู่ก็ปั่นไป ฉันชวนหญิงขึ้นไปด้วย แต่หญิงไม่ยอมไปต่อ เพราะว่าไม่ได้ทานข้าวเช้า แล้วก็จะเป็นลมแล้วด้วย
หญิงกลับไปบ้านพักพร้อมกับรุ่นพี่คนหนึ่งในกลุ่มที่รอคนที่กลับไปพร้อมกัน ฉันก็เลยปั่นต่อไปเพื่อลบคำสบประมาทที่ว่าไว้ ทางที่ปั่นไปเป็นเนินและโขดหิน ฉันต้องจูงรถขึ้นไป เหนื่อยมากและเหงื่อก็ออกเยอะมาก จนฉันรู้สึกถึงสุภาษิตไทยที่กล่าวว่า “อาบเหงื่อต่างน้ำ” เลยทีเดียว
พอฉันปั่นไปถึงยอดเขา คุณวสันต์ก็บอกว่า กลับได้เพราะชุดสุดท้ายมาถึงแล้ว ฉันได้ยินแล้วแทบจะเป็นลม ขาสั่น แล้วก็เหนื่อยมาก ฉันบอกให้ทุกคนปั่นไปก่อน แล้วให้เพื่อนฉันอยู่เป็นเพื่อนฉันสักคนก็พอ
หลังจากหายเหนื่อยก็ปั่นไปเรื่อยๆ พอถึงทางแยก 2 ทาง ฉันก็หันไปถามเจ้าหน้าที่ที่ขี่ตามมาว่า ไปทางไหน เขาบอกว่า คณะไปทางซ้าย ส่วนทางขวากลับถึงบ้านได้เร็วกว่า แล้วทางก็ดีกว่าด้วย แน่นอน คงไม่ต้องบอกว่าฉันจะเลือกไปทางไหน ทางขวามุ่งตรงกลับบ้านทันที
ฉันกลับบ้านพร้อมกันสภาพที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ คนที่บ้านถามฉันแกมประชดว่า ฝนตกข้างบนหรือ ฉันก็คงได้แต่ยิ้มแล้วหาน้ำเย็นๆ มาดื่มเพื่อดับกระหาย
ช่วงกลางวัน เป็นช่วงที่ว่าง พวกเราไปพายเรือเล่นในสระของคุณวสันต์ เช่นเคยฉันไม่เคยพายเรือมาก่อน ก็ยังคงต้องฝึกพายเสียก่อน พายไปมาก็สนุกดี ถึงจะร้อนแต่ก็ทำให้แขนกระชับขึ้นเยอะ
พอตกเย็นอากาศเริ่มครึ้มฟ้าครึ้มฝน ฉันนึกว่าจะไม่ได้ปั่นแล้ว แต่พอฝนหยุดตก คุณวสันต์ก็ให้เลขามาตามพวกเราไป ฉันงี้ใจหล่นไปถึงตาตุ่มด้วยความไม่อยากไป แต่ด้วยสปิริต
ฉันก็เลยไป รอบนี้หญิงก็ไปด้วย
เย็นนี้เส้นทางโดยส่วนมากลงเนิน แต่ก็เต็มไปด้วยหิน ฉันปั่นบ้าง จูงบ้าง ด้วยความที่กลัวว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยจากตอนเช้าที่ฉันตกจักรยานโชคดีที่ไม่เป็นไร เพราะกระโดดลงไปก่อน
ฉันยังคงเป็นกลุ่มสุดท้ายตามเคย คุณวสันต์ชวนพวกเราปั่นข้ามสะพานที่เล็กและแคบ พวกเราเห็นว่าท้าทายดี ส่วนฉันเป็นไงเป็นกัน มาถึงนี่แล้ว
สะพานค่อนข้างแคบและเล็ก เป็นไม้กระดานสองแผ่นต่อกัน แต่พอไปใกล้ๆ เหลือแค่แผ่นเดียว ฉันขาสั่นเพราะกลัวตกน้ำ ด้วยความที่ว่ายน้ำไม่เก่ง พอใกล้ถึงฝั่งรุ่นพี่ก็มารับจักรยานฉันขึ้นไป ฉันรีบปีนขึ้นไปด้วยความที่กลัวจะถ่วงคนอื่น หลังจากขึ้นไปได้ไม่นาน
โครม!!! ฉันรีบวิ่งมาพร้อมกับตะโกนเรียกหญิง นึกว่าหญิงทำสะพานหักหรือไร แต่เปล่าเลย เพื่อนฉันอีกคนแอบเป็น Presenter เป๊ปซี่ ชุด “ ขอโทษครับ ที่นี่ ภูเก็ตหรือเปล่าครับ” ทุกคนหัวเราะกันน้ำตาไหล จากนั้นไม่นาน รุ่นพี่ก็เข้าไปช่วย ถามไปถามมาปรากฎว่า เพื่อนฉันดันไปนั่งจักรยาน หากแต่คนอื่นจูงข้าม ผลก็เลยออกมาเป็นแบบนี้
หลังจากทุกคนขึ้นไปได้ ฉันและหญิง ยังคงรักษาตำแหน่งรั้งท้ายเช่นเคย คราวนี้เราอยู่ในป่าจนมืดคาตา ฉันแทบร้องไห้เพราะกลัวติดป่า แต่ในที่สุดเราก็ออกมาได้ด้วยความ
ปลอดภัย ด้วยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ที่ปั่นตามเราไป คืนนี้พวกเราต่างนอนหลับกันไปด้วยความเพลีย
เช้าวันอาทิตย์เริ่มต้นด้วยหมอกบางๆ ที่ปกคลุมภูเขา ทำให้พวกเราได้รับกลิ่นอาย ธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ที่เมืองหลวงไม่มี ส่วนฉันตกใจเล็กน้อยที่รู้ว่าเช้านี้ต้องปั่นอีก 1 รอบ เพื่อไปทานอาหารเช้าบนภูเขา ทุกคนจึงต้องไปเพราะหากไม่ไปคงอดแน่
ฉันกับหญิงยังคงรักษาตำแหน่งไว้อย่างเหนียวแน่นตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง ครั้งนี้ฉันทิ้งห่างหญิงไป เพราะหญิงดักรอเสบียงด้วยความหิว จากนั้นก็ตามๆ กันมา ทีแรกเจ้าหน้าที่นำฉันกับเพื่อนไปผิดทาง แต่ในที่สุดพวกเราก็หลงทางกันจริงๆ แต่หญิงและคนอื่นๆก็ตามมาเป็นเพื่อนกัน ถามทางกันไปมาก็ได้ความว่า กลุ่มแรกนั้นปั่นอ้อมเขาไปก่อน แต่ถึงอย่างไรต้องปีนเขาลูกนี้ขึ้นไปทานข้าวเช่นเดียวกัน พวกเราเลยตัดสินใจปีนขึ้นไปก่อน
ทางค่อนข้างชัน และเป็นหิน แต่พวกเราก็สามารถปีนขึ้นมาได้ ถึงแม้จะใช้เวลาสักหน่อย สักพักกลุ่มคุณวสันต์ และรุ่นพี่อื่นๆก็ขึ้นมาพร้อมกับแบกจักรยาน ฉันเห็นแล้วถึงกับทึ่งในความสามารถ แต่น่าอิจฉาเพราะขากลับเป็นทางลงเขาอีกทางหนึ่งที่แสนสบาย
อาหารเช้าวันนี้จึงเหมือเป็นอาหารที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ ฉันกับหญิงรีบทานข้าว หลังจากทานเสร็จ เราก็ยังคงตุนเสบียงไว้เผื่อกินตามทาง โอ!! ช่างมีความสุขจริงๆ
พอถึงบ้านพวกเราคงพักผ่อนเอาแรงก่อนเดินทางกลับ หญิงชวนฉันไปพายเรือ แล้วก็ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ฉันรีบไปอย่างไม่รอช้า ระหว่างที่เราพายเรืออยู่ คุณวสันต์ก็รีบกลับไปเสียก่อนเลยไม่ได้กล่าวขอบคุณ ฉันกะว่าคงจะส่ง E-mail ไปขอบคุณสำหรับน้ำใจที่งดงาม ที่มอบให้พวกเรา ด้วยความเป็นคนไทยที่เรามีต่อกัน
หลังจากอาบน้ำอาบท่าก็ออกเดินทางเพื่อกลับลำปาง ก่อนกลับก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณ คุณเปรมศักดิ์ ผู้จัดการที่นี่ ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่พวกเราทุกอย่าง โดยเฉพาะอาหารที่อร่อยมากๆ พูดถึงแล้วก็ยังคิดถึง แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ที่อร่อยถึงใจจริงๆ
มาลพบุรี ทั้งที ก็ขอแวะ พระปรางสามยอด ศิลปะเขมรแบบบายน ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ ของเมืองลพบุรี และที่ขาดไม่ได้ เจ้าลิงน้อยแสนซุกซนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นนับร้อย มองไปมองมา เอ๊ะ! ฉันว่าหน้าคล้ายๆฉันเลย แหม ! จะไม่เหมือนได้อย่างไร ก็ลิงเป็นบรรพบุรุษของคนนี่นา
จากนั้นพวกเราก็มุ่งตรงกลับลำปาง คงแวะซื้อของฝากและทานข้าวระหว่างทาง กลับมาถึงก็ประมาณ 2 ทุ่ม พอรถมาถึงก็เห็นคุณพ่อสุดที่รัก คอยรับลูกสาวคนนี้อยู่ แหม ! อยากหอมซักฟอดให้หายคิดถึง
ทริปนี้ถึงแม้จะเหนื่อย แต่ก็สนุก เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ฉันไม่อาจลืม ฉันรีบเอาฟิล์มไปล้าง แต่ก็ได้รับข่าวร้ายว่า ใส่ฟิล์มผิด ไม่มีซักภาพ ฉันและคณะเสียใจมาก ความหวังเดียวที่มีคือ รอจากอีกกล้องหนึ่ง แต่ว่าคงไม่ได้ภาพที่ผจญภัยบุกป่า เพราะไม่ได้ใช้กล้องตัวนั้นถ่าย
ถึงแม้ไม่มีภาพถ่ายเป็นที่ระลึก แต่ฉันก็ยังมีภาพที่ติดตรึงไว้ในความทรงจำ และเชื่อว่าทุกคนในคณะก็เช่นกัน
น.ส.สมหญิง ศรีแปงวงศ์ (ตู่)
วิทยาลัยโยนก ลำปาง
Somying Sripangwong <somtu1@yahoo.com>